แชร์

กินยาต่อเนื่องมีผลต่อ ไต จริงหรือไม่ ?

816 ผู้เข้าชม

 กินยาต่อเนื่องมีผลต่อ ไต จริงหรือไม่ ?
       ไม่ใช่ว่ายาทุกตัวจะส่งผลเสียหรือทำร้ายการทำงานของไต โรคไตเรื้อรังส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ และที่สำคัญคือการใช้ยาและสมุนไพรที่ทำอันตรายต่อไต
ไต อวัยวะที่ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
                  หน้าที่ของไต คือการกำจัดของเสียและสารต่าง ๆ ที่เกิดจากการเผาผลาญในร่างกาย โดยการขับถ่ายมากับปัสสาวะ ซึ่งหนึ่งในสารที่ไตต้องทำหน้าที่กำจัดคือ ยาและสารเคมีต่าง ๆ จึงส่งผลให้ไตมีความเสี่ยงสูงที่อาจได้รับอันตรายจากพิษของยาและสารเคมีบางชนิดได้

 

 

ประเภทของยาที่ต้องระวัง

          กลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)  คือกลุ่มยาที่ใช้ในการบรรเทาอาการปวด เช่น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ หรือ กระดูก รวมถึงลดไข้ ต้านอาการอักเสบ โดยยากลุ่มนี้จะส่งผลต่อการควบคุมการไหลเวียนของเลือดในไต หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียต่อการไหลเวียนเลือดของไต และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกาวะไตวายเฉียบพลัน
        ยาปฏิชีวนะบางชนิด หรือ ยาฆ่าเชื้อ การใช้ยาเหล่านี้จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะอาจก่อให้เกิดการตกผลึก หรือ ตกตะกอนภายในไต รวมถึงท่อปัสสาวะได้
         ยาหม้อ ยาชุด ยาลูกกลอน ยาสมุนไพร เป็นการนำพืชสมุนไพรมาผสมกันแล้วนำไปต้มรับประทาน หรือ ในปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบเป็นยาลูกกลอน แคปซูล หรือ ยาอัดเม็ด โดยยากลุ่มนี้มักจะไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน และไม่มีการระบุตัวยาที่ชัดเจน ทำให้มีการเจือปนสารพิษต่าง ๆ เช่น โลหะหนัก และสารสเตียรอยด์ (Steroid) หากรับประทานติดต่อกัน จะทำให้พิษสะสมในไต ส่งผลให้เยื่อไตตาย และเป็นโรคไตเรื้อรังได้

               ดังนั้นควรใช้ยาอย่างเหมาะสม เริ่มจากการลดปริมาณการใช้ยาที่ไม่จำเป็น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาที่รับประทานอยู่ว่าซ้ำซ้อนกันหรือมีผลต่อการทำงานของไตหรือไม่ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์


สอบถามแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบำบัดโรค ด้วยธรรมชาติบำบัดตามแนวทาง
นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์ โทร 02-1133555 กด 0 หรือ 099-3931188


บทความที่เกี่ยวข้อง
7 โทษของน้ำตาลที่คุณควรรู้!
อันตราย เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป สำหรับผู้ที่ชอบรับประทานน้ำตาล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และอาหารหวานจัดบ่อย ๆสะสมเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ระบบความสมดุลของแร่ธาตุในร่างกายเสียไป ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายต่ำลง ส่งผลทำให้ ร่างกายติดเชื้อง่าย นอกจากนี้การเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายบ่อย ๆ ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดอนุมูลอิสระ เมื่อบริโภคเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง หากทานน้ำตาลสะสมมากๆ มีส่วนทำให้เสียสมดุลของฮอร์โมนในสมอง ผลที่ตามมาก็คือทำให้เกิดอาการเซื่องซึม เหนื่อย ไม่กระฉับกระเฉง ซึ่งหากเป็นในเด็กจะทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง และหากเป็นวัยทำงานก็จะทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร นั้นเองค่ะ
หลักการดูแล ภาวะระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
ภาวะระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ถือเป็นโรค NCDs...ที่นำไปสู่สาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง...การเสียชีวิตเกิดจากการมีภาวะหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดถูกอุดตัน...สาเหตุของการเกิดโรคนี้ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับโรค NCDs อื่น ๆ คือ...พฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันวันผิดหลักธรรมชาติและพฤติกรรมการรับประทานอาหารผิดหลักธรรมชาติ
หลักการดูแลไต ตามแนวทางธรรมชาติบำบัด
ภาวะไตเสื่อม ถือเป็นโรค NCDs ที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงมาก...ในปี พ.ศ. 2564 กระทรวงสาธารณสุขประมาณการว่า มีผู้ป่วยภาวะไตเสื่อมมากกว่า 12 ล้านคน...หรือประมาณร้อยละ 17 ของประชากร...ความน่ากลัวของภาวะนี้ คือ ภาวะความเสื่อมจะทวีความรุนแรงขึ้นตลอดเวลา...และนำไปสู่ภาวะไตวายในที่สุด..
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy